個人檔案"H @ n Z a"- - Don't Let...相片部落格清單 工具 說明
第 1 張 / 共 41 張

CHanGSoMBaTi H@nZa

職業
居住地
興趣

"H @ n Z a"- - Don't Let FeeLings KiLL YouR ReaSon

i'm Growing Please wait*
2月27日

เสียดาย * *

เสียดาย ..
 
ที่ฉันยังมีความสุขไม่มากพอ
 
ที่ฉันยังใช้เวลากับคนดีๆน้อยไป
 
ที่ฉันหัวเราะไม่ดังเท่าที่ควร
 
ที่ฉันไม่ค่อยวิ่งเล่นกับหมาของฉัน
 
ที่ฉันไม่ร้องไห้เหมือนเมื่อก่อน
 
ที่ฉันโวยวายคนที่ไม่ควร
 
ที่ฉันอยากรู้เรื่องที่ไม่ควรจะรู้
 
ที่ฉันอดทนกับเรื่องที่ไม่จำเป็น
 
ที่ฉันเจอโอกาสแล้วปล่อยให้ผ่านไป
 
ที่ฉันช่างเลือกมากเกินไป
 
ที่ฉันไม่ทันกอดใครบางคน..
6月24日

พูดตรงๆ รักสามเศร้า

พูดตรงๆ
บี พีระพัฒน์


ฉันนั่งเฝ้ามองเธอกับเขาดูมีความสุข
สายตาที่เขามีให้เธอ คือทุกๆอย่าง
แต่สิ่ง...ที่เป็นเรื่องสำคัญ
นั้นคือสายตา...ของเธอ

ที่มองดูเขาด้วยความรักและความชื่นชม
ท่าทีที่สุขสมที่มีเขายืนอยู่ข้างกาย
เป็นอะไร ที่เหมาะสมทุกอย่าง
คู่ควรกัน..ในทุกๆด้าน

แต่ทำไม ก็ไม่รู้ หัวใจ
ยิ่งได้เห็นเธอกับเขาใกล้ๆ
น้ำตานั้นก็ไหล ออกมาไม่รู้ตัว

ไม่รู้ว่าฉันอิจฉา หรือว่าสุขใจ
น้ำตาที่ไหล นั้นไหลมาจากจุดไหน
เป็นเพราะฉันเสียใจ
หรือเป็นเพราะฉันชื่นชม
ที่ได้เห็นเธอกับเขา รักกันขนาดนี้
ฉันควรจะยินดีที่เห็นเธอสุขสม
มากกว่าที่จะรู้สึก
ไม่อยากให้เป็นเขาเลย...พูดตรงๆ


ฝืนที่จะยิ้มและหัวเราะให้มีความสุข
เพราะว่าฉันรู้ว่าเป็นสิ่งเดียวที่จะให้ได้
พยายามจะไม่คิดถึงวัน
ที่ฉันเคยมีเธอข้างกาย..
ฉันควรดีใจที่ได้เห็นเธอมีความสุข
ฉันควรจะลุกไปพูดคุยและไปทักทาย
เธอกับเขาเหมาะสมกันทุกๆอย่าง
คู่ควรกันอย่างมากมาย


อันที่จริง..
เพลงนี้ก็ไม่ได้เกี่ยวข้องกับฉันโดยตรงหรอก
แต่เป็นเพลงที่ทำให้ฉันเศร้าอย่างประหลาด
เมื่อพูดถึง "เขา"
 
คล้ายๆกับหนังที่ฉันเพิ่งดูมาวันนี้
รัก/สาม/เศร้า
 
ความเศร้าที่ความรักของเราไม่สมหวัง
มันอาจจะมาจากแค่เพียงว่า..
คนที่เรารัก รักคนที่เหมาะสม
...กว่าเรา
 
เพราะสุดท้ายเราก็จะรู้อยู่ในใจ
ว่าเราไม่มีวันเอาชนะเขาได้เลย
 
 
 


 

6月20日

อย่าเห็นแก่ตัว*

เคยเหนื่อยกับความรู้สึกของคนอื่น
ที่มารบกวนอารมณ์เราให้ขุ่นมัวไหม?
 
เคยต้องเป็นคนรับฟังทุกอย่างของคนอื่น
โดยที่เขาไม่ฟังเราเลยไหม?
 
เคยต้องแก้ปัญหาให้คนอื่น
โดยที่เขาไม่เคยเห็นค่าของเราไหม?
 
เคยรู้สึกหนักใจเวลาต้องรับสาย
คนที่เป็น "เพื่อน" ไหม?
 
บางคนอาจจะเคยเป็น และบางคนอาจจะไม่เข้าใจ
แต่ตอนนี้ฉันกำลังเป็นอย่างมาก
 
ฉันกลายเป็นที่รองรับอารมณ์ของใครก็ตาม
แล้วมันทำให้ฉันรู้สึกว่าตัวเองมีค่าเท่านั้นจริงๆ
 
ฉันทั้งรู้สึกแย่ และละอายใจตัวเอง
ที่รู้สึกแบบนี้กับเพื่อนได้
 
และมันทำให้ฉันถอยออกมาหนึ่งก้าว
เพื่อมองตัวเองว่า
..ฉันใส่ใจคนที่ฉันเรียกว่า เพื่อน พอหรือยัง?
หรือว่าตัวฉันเองสนใจมองและคิดแต่เรื่องของตัวเอง
จนลืมสิ่งมีชีวิตรอบข้างไปจนหมด
 
ขอโทษนะ ถ้าฉันเป็นแบบนั้นกับใครไปบ้าง
ขอโทษจริงๆ
 
 
 
5月28日

ว่างเปล่าอย่างมีสุข*

ตอนนี้ชีวิตว่างเปล่า
ตื่นขึ้นมาพร้อมกับเรื่องของคนอื่น
ไปทำนั่น ทำนี่
อยู่กับคนนั้น คนนี้..
 
ลืมตามาแต่ละวันเพื่อคนอื่นจริงๆ
 
เพราะตอนนี้ความสุขของฉันมันวนเวียนอยู่กับสิ่งเหล่านี้
 
ก่อนที่ฉันจะต้องไปเริ่มต้นชีวิตมนุษย์เงินเดือน
ซึ่งคงต้องเรียนรู้อะไรอีกมากมาย
ที่มหาวิทยาลัยไม่ได้สอน
 
หรือแม้แต่เลือกว่าจะเชื่อในความฝันแบบลมๆแล้งๆก็ตาม
 
ว่างเปล่า..
 
แต่ก็ยังดี .. ที่ตอนนี้มีความสุข
สุขบ้าง ดิบบ้าง
ชีวิตคนเรามันจะต้องเปลี่ยนแปลงอีกสักกี่ครั้ง
มันก็จะผ่านไปได้อยู่ดี
เป็นกำลังใจให้กันด้วยนะ
 
 
1月23日

(งาน)ที่รักในฝัน

งานในฝันก็เหมือนกับคนที่เราแอบรัก
 
เพราคนบางคนเราอยู่ห่างๆ มองเข้าไป
รู้สึกว่าคนๆนี้เป็นคนที่ใช่
 
แต่ก็มีคนที่มองว่าคนที่เราแอบชอบอยู่นั้น
ไม่ใช่คนที่ดีอะไรขนาดนั้นหรอก
 
มันก็ถึงเวลาที่จะต้องตัดสินใจว่าจะทำยังไงต่อไป
 
เลือกที่จะเข้าไปทำความรู้จักด้วยตัวเอง
ว่าเขาเป็นคนอย่างที่เราคิดเอาไว้หรือเปล่า
 
หรือเลือกที่จะปล่อยให้เขาอยู่ในที่ของเขา
แล้วเราก็แอบมองต่อไป
 
ฉันเลือกที่จะเข้าไปทำความรู้จักกับคนๆนั้น
 
ไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้นต่อไป
,,,
ฉันอาจจะไม่มีความสุขที่ได้เดินเข้าไปรู้จักกับเขา
แต่อย่างน้อยก็ขอให้ฉันได้มีโอกาสตัดสินเขาด้วยตัวของฉันเอง
 
ให้ฉันได้ทุ่มเทเพื่อเขาสักตั้ง แล้วเราค่อยว่ากัน
 
เอาใจช่วยฉันด้วยเถอะนะ
ว่าฉันจะเจอคนในฝันหรือเปล่า ^^
 
12月29日

Pai*ปาย

อันที่จริงกลับจากปายมาตั้งแต่เมื่อวานแล้วล่ะ
แต่ว่าที่เพิ่งมีโอกาสมาอัพเดตชีวิตเนี่ย ..
เพราะเราไม่สบายมาก
เหมือนว่าอาหารเป็นพิษ
อ้วกแตกหน้าร้านอาหารที่ปายเลย
สยดสยองมาก
 
โชคดีที่เป็นวันกลับ
แต่ก็โชคร้ายที่เป็นวันกลับ
เพราะเส้นทางระหว่างปาย-เชียงใหม่
ก็ชวนอ้วกพอๆกัน
เห้อ .. คิดแล้วสยอง
 
ทริปปายครั้งนี้เป็นความทรงจำที่ดีและน่ายิ้มให้เมื่อนึกถึง
มา จะเล่าให้ฟังดีกว่า ..
 
กว่าจะเดินทางไปถึงปาย เรานั่งรถทัวร์ไปลงอาเขตตอน6.30น.
รอรถไปปายถึง 9.00น.ซึ่งแน่นอนว่าต้องเป็นรถหวานเย็น
อากาศสบายๆ ชิลด์กับเส้นทางสุดจะหักศอกและชวนอ้วกไปจนถึงบ่ายโมง(มันชิลด์ไปไหมว่ะเนี่ย)
วันนั้นทั้งวันก็เลยเป็นวันที่เราเดินชิลด์ซะส่วนใหญ่ เหนื่อยกับการเดินทาง
 
วันที่สองเราไปเที่ยวแม่ฮ่องสอนด้วย
ไปเที่ยวถ้ำปลา - มีปลาอยู่ในถ้ำ ดังนั้นถ้ำปลาจึงเป็นชื่อที่เปิดใจมากทีเดียว
ปางอุ๋ง - เป็นอะไรก็ไม่รู้ แต่สวยดี เพราะมีต้นนางพญาเสือโคร่ง ซึ่งก็คือซากุระเมืองไทยนั่นเอง
บ้านรักไทย - อืม .. เค้าว่ามันเป็นชุมชนจีนฮ่อ ได้ไปกินขาหมู และเมนู หมูพันปี ซึ่งทำให้เราเกือบอ้วก
สงสัยกินอะไรดีดีไม่ค่อยจะเป็นล่ะมั๊ง 55
ภูโคลน - มันคือโคลนจากใต้ดินอะไรประมาณนั้น ตอนแรกก็เกี่ยงกันว่าใครจะเป็นคนไปพอกหน้า จนสุดท้ายโดนไซโคไปมา เลยพอกหน้าทุกคน
กลับออกมาหน้าเด้งไปตามๆกัน 55
กลับมาเราก็ไม่สบาย  .. นอนเงิบ เพราะเมารถและเป็นไข้
 
แต่ตื่นมาอีกวันชีวิตเราก็สดชื่นขึ้น
ไปเช่ามอไซด์ขี่ไปเที่ยวไหนไหน ในเมืองปาย
โคตรชอบเลย
ทางมันสวยดี อากาศก็เย็น
เป็นสิ่งที่เราประทับใจมากๆเลยล่ะ
คืนนั้นเราได้ปล่อยโคม
กรี๊ดๆ .. ความฝันได้บรรลุไปอีกหนึ่งอย่าง
แล้วก็นั่งกินเหล้ากันริมแม่น้ำ
กินบนเสื่อเลยนะ ชิลด์ไปแหละ
ขากลับแอบแวะจินโทนิคกับต้น
เลยเจอพี่สองคนที่นั่งกินเหล้าอยู่
ตลกเหี้ยๆ
 
แต่วันกลับ ..
อ้วกแตก ..
เละเทะ
ต้องพึ่งพาบ้านน้ำริน
บ้านน้ำรินดีกับเรามากๆ
คิดอยู่ว่าจะตอบแทนยังไงหมดนะเนี่ย
อยู่ๆก็เข้าใจเลยว่า
ทำไมเขาถึงให้เลี้ยงหมาแมวที่หลงมา
เพราะมันจะรู้คุณนี่เอง ..
 
ปล.ขอโทษที่บางคนอาจจะได้โปสการ์ดที่เขียนจากปาย
แต่ส่งที่คลองสามวา ..
แต่เราตั้งใจส่งหานะคะ **
 
ปายเป็นที่ที่ทำให้รู้ว่า
บางครั้งระหว่างเส้นทางและจุดทุ่งหมาย
ก็สามารถสร้างความประทับใจได้ไม่ต่างกัน
 
I  LOVE  Pai*
12月23日

ปาย*ปาย

ขณะเขียนขอหนีภาระเก็บของเดินทางไกลสักหน่อย
มาทิ้งข้อความให้คนอ่านอิจฉาเล่น
ว่า
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
 
คืนนี้จะไปปายล่ะน๊า*
 
ไม่รู้อากาศจะหนาวไหม
เป็นการเดินทางไปปายครั้งแรก^^
แต่ก็คิดว่าน่าจะสนุกทีเดียว..
เพราะเพื่อนร่วมทางเป็นเพื่อนที่รู้ใจ
 
เราคิดเสมอว่าการเดินทางไปเที่ยวทุกครั้ง
สิ่งที่ได้มีสองแบบ
1.เดินทางแล้วได้ที่เที่ยว
เดินทางแบบนี้ต้องไปในที่ที่ไม่เคยไป
ไปเพื่อเรียนรู้เส้นทางใหม่ๆ
ไปเจออะไรใหม่ๆมาเติมเต็มให้ชีวิต
 
2.เดินทางแล้วได้เพื่อนเที่ยว
ไม่ได้มีความหมายทะลึ่งอย่างที่ใครคิด
เดินทางแบบนี้ ไปไหนก็ได้
แค่เพื่อนที่เราอยากไปด้วยอยู่ด้วยกัน
ต่อให้ไปแค่บางปะอินก็มีความสุข
 
ครั้งนี้ เราจะได้ทั้งที่เที่ยวและเพื่อนเที่ยว
คุ้มเสียยิ่งกว่าคุ้ม
(แม้จะเสียตังค์ก็เหอะ)
 
คิดฮอตกันมั่งเน้อ*
12月15日

ความจริง*ความฝัน

มันคงจะเป็นความสุขไม่น้อยเลย
ถ้าความฝันและความจริงเป็นสิ่งเดียวกันในทางเดินของชีวิต
 
แต่จะมีสักกี่คนที่มีความสุขกับทางเลือกของตัวเองได้ขนาดนั้น?
 
ความฝัน ดูเป็นสิ่งที่สวยงาม มีสีสันสดใส
ดังนั้นคนที่ไม่มีความฝันคงจะต้องเป็นคนที่ไม่มีความสุขที่สุดในโลก
 
ความจริง แล้วแต่คนว่าเลือกจะเดินตามเส้นทางไหน แต่สุดท้ายแล้วความจริงก็เป็นสิ่งที่ทุกคนไม่สามารถหนีพ้น
ดังนั้นคนที่ไม่อยู่กับความจริงก็ไม่สามารถอยู่บนโลกเบี้ยวๆใบนี้ได้
 
แล้วจะทำอย่างไรเมื่อความจริงกับความฝันไม่ใช่ทางเดียวกัน?
 
เราควรเลือกจะปิดตาทั้งสองข้างเพื่อเดินตามความฝัน
หรือเดินตามความจริงแม้จะเห็นทางที่โหดร้ายอยู่ข้างหน้า
 
สำหรับฉัน..
ความจริงและความฝันอาจจะไม่ใช่สิ่งเดียวกันเสมอไป
แต่สุดท้ายแล้วตอนนี้ วินาทีนี้
ความจริงดูเป็นทางเลือกที่ฉันจะต้องเดินเข้าไปหา
ฉันไม่สามารถเดินปิดตาแล้วจินตนาการถึงสวนสวยงามได้อีกต่อไป
เมื่อเบื้องหน้าของฉันตอนนี้มันคือหินขรุขระ
 
ฉันโตเกินกว่าจะหลอกตัวเองได้
ฉันขอโทษที่อาจจะต้องทำลายความฝันของใครบางคน
เพราะความจริงที่ฉันต้องเดินต่อไป มันชัดเจนและใกล้เข้ามาอย่างประหลาด
เพราะฉันเคยเดินตามความฝันของฉัน และกลายเป็นคนที่เจ็บปวดที่สุดในตอนท้าย
ฉันไม่อยากให้เธอต้องมาเจออย่างที่ฉันเคยเจอ
 
ตอนนี้เหมือนเราอยู่ในความฝัน
เราอยู่กันในความมืด
เห็นอะไรเพียงเลือนลางแล้วก็เอามาคิดวาดเอาว่ามันคืออะไร
ตอนนี้เรามีความสุขกับจินตนาการที่มี
 
ถ้าเวลาที่เราเจอมันเพิ่งจะหัวค่ำ
ยังมีเวลาให้คิด จินตนาการอีกทั้งคืน
ฉันก็คงจะปล่อยให้เวลาเลยผ่านโดยไม่จริงจังกับความจริง
 
แต่เวลาของฉันตอนนี้มันใกล้เช้าแล้ว..ความจริงใกล้จะมาถึงเต็มทน
 
เมื่อความจริงปรากฏ
เมื่อเวลาเช้ามาถึง..
เธอจะเห็นด้วยตัวของเธอเองว่าความจริงที่เธอเคยวาดฝัน
..มันเป็นอย่างไร
ซึ่งฉันเชื่อว่าสิ่งที่ฉันเลือกมันเป็นทางที่ถูกต้อง
และปลอดภัยสำหรับทั้งฉันและเธอ
 
เชื่อฉันเถอะนะ
แม้มันจะไม่เหมือนกับความฝันก็ตามเถอะ
 
ฉันถึงบอกเธอไง
มันคงมีความสุขมาก
เมื่อความจริงที่เห็น กับ ความฝันที่คิด
มันเป็นสิ่งเดียวกัน
 
พีเอส*ขอโทษ..ที่ไม่สามารถจะทำให้ความฝันมันเป็นจริงได้
12月9日

รอยต่อ*

เคยเกิดความสงสัยเวลาชีวิตจะต้องเปลี่ยนแปลงอะไรบางอย่างไหม?
 
กำลังจะตัดสินใจเลือกคณะ
กำลังจะเรียนจบ
กำลังจะตัดสินใจคบกับใคร
กำลังจะตัดสินใจเลิกกับใคร
กำลังจะตัดสินใจ...
 
ทำไมตอนนี้เรารู้สึกว่าชีวิตตัวเองมีรอยต่อมากมาย
 
รอยต่อในชีวิตแต่ละคนมันหมายถึงการที่เราจะดำเนินชีวิตต่อไปยังไง
การเลือก .. บางครั้งก็เป็นหนทางที่ฉันไม่อยากให้เกิดขึ้น
อิสรภาพ .. บางครั้งมันก็เป็นสิ่งที่ยากในการควบคุม
 
ชีวิตของคนเราต้องมีรอยต่อเย็บต่อไปเรื่อยๆอยู่แล้ว
ขึ้นอยู่กับว่า เราเลือกผ้าอะไรเพื่อใช้ในการเย็บ
ถ้าเลือกผิด ลายชีวิตก็เปลี่ยนไป
 
ตอนนี้เป็นรอยต่อของชีวิตมากมาย
ฉันเหมือนเด็กผู้หญิงที่หยิบผ้ามาหลายสีหลายแบบ
มีความสุขกับทางเลือกมากมายที่ตัวเองมี
แต่พอถึงเวลาที่ต้องเย็บเข้ากับผ้าของฉันจริงๆ
ฉันกลับนิ่งงัน และไม่รู้ว่าควรจะต้องเลือกผ้าผืนไหน
 
 
ทางเลือก .. กลับเป็นทางที่โหดร้ายของตัวฉัน
 
 
 
 
 
 
12月5日

คนขี้หวั่นไหว*

เรื่องที่จะเล่าต่อไปนี้ไม่มีอะไรสีเหลืองหรือของเสียอะไรทั้งสิ้น
มีแต่ ..
 
คนที่ชอบหวั่นไหวง่ายๆกับเรื่องธรรมดา
แล้วสุดท้ายเรื่องหวั่นไหวทั้งหลายที่เกิดขึ้นอย่างง่ายดาย..ก็จบไม่ง่ายดาย
 
เธอเข้ามาวนเวืยน เธอเข้ามาหา
เธอให้วันเวลากับฉันมากไป
เราใกล้กันบ่อยๆทำให้หวั่นไหว
เธอไม่คิดอะไร*
ยิ่งทำให้ฉันกลัว
 
กลัวใจต้องปวดร้าว..วันใดถ้าเธอหายไป
 
อย่าดีกับฉันเลย
เธออาจไม่รู้ นับวันยิ่งรักเธอ
เต็มหัวใจ
อย่าดีกับฉันเลย
ฉันไม่อยากหวังจนเกินไป
ฉันยังไม่พร้อมจะห้ามใจ
 
เคยฉันเคยจะบอก ตามที่ใจคิด
มันก็ดูจะผิดที่คิดมากไป
เธอไม่คิดอย่างอื่น ใจก็จำไว้
เธอให้ความจริงใจได้เพียงแค่ * เพื่อนกัน
 
เพลงนี้กลายเป็นเพลงที่ฟังแล้วแอบแอ๊บเสริดไม่ได้จริงๆ
อยู่ๆก็กลายเป็นคน
คิดอะไรอยู่คนเดียว
ไปได้ยังไงกันนะ?
 
ครือ .. อันที่จริงเราเองก็ยังไม่รู้เลยด้วยซ้ำว่าเรา เกินเลย ไปหรือยัง
แต่สุดท้ายก็กลายเป็นเรามานั่งคิด ขบ เคี้ยว อยู่คนเดียว
ว่าที่เรารู้สึกน่ะมันยังไงกันแน่
 
ตอนนี้มีความสัมพันธ์สบายๆกับคนๆนึง
คุยก็ดี ไม่คุยก็ได้
แต่สบายใจที่จะเล่าเรื่องมากมายสู่กันฟัง
ไม่ต้องเจอกัน ไม่ต้องเปลี่ยนแปลงตัวเอง
เพราะเป็นคนที่รู้กันอยู่ว่าอะไรเป็นอะไร
ไม่มีกวนใจให้รำคาญ
 
 มันไม่เกินขอบเขตของคำว่า "เพื่อน" จริงๆ
 
 
กับคนอีกมากมายที่เข้ามาและออกไปในช่วงนี้
เมื่อเห็นชื่อคนโทรเข้ามา ต้องคิดก่อนสักนิดว่าจะรับดีไหม
เพราะหลายครั้งก็โทรมาเพื่อคุยเรื่องตัวเอง
โม้เรื่องตัวเอง
และคิดเองเออเอง
เพราะหลายครั้งก็โทรมาเพราะคิดเข้าข้างตัวเอง
สนใจแต่เรื่องตัวเอง
และไม่ยอมวางแม้ไม่มีอะไรจะคุยกัน?
 
ถ้าฉันต้องการแค่
คนที่คุยกันอย่างสบายๆ
เข้าใจกัน
รับฟังฉัน
เล่าให้ฉันฟัง
ห่วงใยกัน
ไม่พยายามเปลี่ยนแปลงฉัน
หรือลำบากเพราะฉัน
 
คนอบอุ่น(แบบสบายๆ)คนนั้น .. เขาจะมาเมื่อไหร่?
 
พีเอส*เพราะฉันก็รู้ว่าเธอกับฉันก็ไม่ได้เกิดมาเพื่อกันหรอก
เธอก็รู้แหละเนอะ เราจะคบกันแบบนั้นไปได้ยังไง?
ฉันรู้ว่าเธอไม่มีวันเข้ามาอ่านในนี้หรอก
ฉันถึงมาระบายความคิด บ้าใบ้ ของฉันในนี้
 
ขอบคุณสำหรับความรู้สึกดีดี
ที่อาจจะไม่ได้เรียกว่า รัก
แต่ทำให้ยิ้มเมื่อเห็น มิสคอล^^
หรือเห็นของบางอย่างแล้วมีความหมาย
 
ฉันกลายเป็นหมาจิ้งจอกของเจ้าชายน้อยไปอีกแล้ว*
 
 
 
 
 
11月30日

หน้าหนาว*น่ายิ้ม

ช่วงนี้อากาศหนาวขึ้นอย่างประหลาด
ทำให้เกิดรอยยิ้มขึ้นอย่างง่ายดายกับตัวฉัน
 
ลมพัดแรงๆก็ยิ้มได้แล้ว ประหลาดไหมล่ะ ^^
 
มีแต่คนว่ากันว่า
หน้าหนาว..เป็นฤดูแห่งความรัก
ควรมีใครจูงมือเป็นไหนๆ
 
ฉันว่ามันก็จริงนะ
อย่างน้อยกอดกันหน้าหนาวก็ดูสมเหตุสมผลกว่าหน้าร้อน
 
แล้วก็เริ่มเกิดอาการคิดเล็กคิดน้อยขึ้นมาว่า
"หรือจริงๆฉันกำลังอยากมีแฟนกันนะ?"
 
ที่ต้องแอบคิดเล็กคิดน้อยก็เพราะว่า ..
ฉันเป็นตัวตั้งตัวตีในการต่อต้าน
* ความรักวัยรุ่น *
ที่สุดแสนจะน่าเบื่อของใครใคร
 
จะว่าไป ..
มีใครสนใจเป็นแฟนเฉพาะฤดูหนาวไหมคะ?
มีโปรโมชั่นพิเศษด้วยนะ 55
 
ที่เขียนอีกส่วนก็เพราะมีเรื่องอีกเรื่องอยากสอบถาม
มีใครเคยสงสัยบ้างไหม
ว่า..
เพื่อนคนสำคัญ
มันจะล้ำเส้นเป็น
ความรัก
ตอนไหน?
 
ความรักดูเป็นเรื่องที่ซับซ้อนเกินกว่าที่คนอย่างฉันจะเข้าใจได้
ตัวฉันจึงสับสนเวลาเกิดภาวะแบบนี้
 
ภาวะที่มองย้อนกลับมาดูในความสัมพันธ์ที่เรามี
กับใครสักคนหนึ่ง
แล้วถามตัวเองว่าลึกๆแล้ว
"ความเป็นเพื่อน"
มันยังเหมือนเดิมอยู่ไหม?
 
จนถึงตอนนี้ฉันยังไม่สามารถตอบตัวเองได้เลยจริงๆ
ว่าเส้นบางๆระหว่างคำว่า เพื่อนรัก กับ รักเพื่อน
มันคือตรงไหนกัน
 
หลายครั้งความรู้สึกแบบนี้มันทำลาย มิตรภาพ ในหลายๆครั้งของฉันไป
 
เพราะฉันรู้สึกว่า รักเพื่อนคนนี้จังเลย
อาจจะเป็นความรักเฉยๆโดยไม่มีคำว่าเพื่อนเข้ามาเกี่ยวข้อง
แต่สุดท้ายแล้ว .. เมื่อฉันพูดออกไป
ฉันกลับค้นพบว่ามันคือความเป็นเพื่อนที่มีอยู่มากมาย
ฉันแค่รักเพื่อนที่เป็นเพื่อนที่ดีของฉัน
เท่านั้นเอง..
 
และหลายครั้ง
ฉันเองก็สูญเสียความรักไป
เพราะเข้าใจว่า เราเป็นเพื่อนกัน อย่างบริสุทธิ์ใจ
แต่เมื่อเพื่อนของฉันมีใคร
ฉันกลับนั่งร้องไห้อยู่คนเดียว
 
ถ้าใครมีความเข้าใจดีพอ
ช่วยมาตอบฉันทีเถอะ ว่าความเป็นเพื่อนมันจะจบลงตอนไหน?
และคำว่ารัก* มันเริ่มเข้ามาตอนไหน?
ก่อนที่ฉันจะต้องเสียใครใครในชีวิตไปอีก
 
 
 
11月25日

ความสุข*

เมื่อวานมีโอกาสไปทำอะไรให้ชีวิตหลายอย่าง
ตั้งแต่ไปดูหนังเรื่อง "รักแห่งสยาม"
หนังรักที่ดูแล้วร้องไห้กับเรื่องราว ความรัก หลายรูปแบบ
ดูแล้วรู้สึกดี และมองว่าความรักมันสวยงาม
ความรักที่ไม่ใช่แบบชู้สาว มีตั้งหลายรูปแบบ
ความรัก ..
 
แล้วก็ไปดู CATS ต่อจากนั้น
มีพลเดินทัพเป็น เรา โป้ง เบส อิฐ เจ้นัท
ละครเวที ไม่ใช่สิ การแสดงที่ช่วงแรกเกือบทำเราหลับ
แต่ครึ่งหลังก็ดีนะ ทำเอาลืมความเบื่อครึ่งแรกไปได้
 
จากนั้นติดรถเจ้นัทไปเกษตรกับโป้ง
เดินชิลด์กันอยู่ 2 คน
หาอะไรกินไปเรื่อยเปื่อย ได้ข้าวไข่เจียวฟรีมากินด้วย 55
แล้วก็ไปลอยกระทงรูปแมว(อิทธิพลจาก CATS ที่เพิ่งดูด้วยกันมา)
นั่งฟังคอนเสิร์ต TATTOO COLOUR กัน
หูย*อย่างกับเป็นแฟนกันแน่ะ
 
แล้วเราก็เกิดประเด็นขึ้นในจิตใจ
"จำเป็นไหมที่เราต้องมีความรักแบบชู้สาวแล้วชีวิตเราถึงจะเติมเต็มได้?"
 
ความรักดูเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับชีวิตของแต่ละคน
แต่ความรักทุกอย่างไม่ใช่เหรอที่สำคัญ
 
ตอนนี้ฉันมีความสุขกับความรักที่มี
ไม่ต้องมีแฟน
ไม่ต้องมีกิ๊ก
แต่ว่ามีความสุขกับการอยู่กับคนรอบตัว
 
จนถึงเวลานี้
ฉันกล้าบอกคนที่คิดว่าตัวเองไม่มีใคร
หากคุณคิดว่าคุณเหงาและต้องการใครสักคนมาอยู่ข้างๆ
 
คุณได้ทานข้าวกับครอบครัวครั้งล่าสุดเมื่อไหร่
คุณนัดเจอเพื่อนโรงเรียน พูดคุยกัน ครั้งสุดท้ายเมื่อไหร่
คุณอาบน้ำหมาที่บ้านหรือยัง
คุณพาแมวไปฉีดวัคซีนประจำปีหรือยัง
คุณจำวันเกิดเพื่อนสนิทได้ไหม
คุณทำบุญบ้างไหม
 
ฯลฯ
 
มีเรื่องมากมายที่แสดงให้เห็นว่า
 
เรายังไม่ได้ดูแลคนในชีวิตของเราให้ดีพอ
 
อย่าคิดว่าความรักของคุณจะต้องเป็นเพียง..
คนที่จะมาเดินจูงมือกัน
คนที่คุยโทรศัพท์กันถึงเช้า
คนที่ชวนทะเลาะและรอให้เขามาง้อ
คนที่เป็นแฟน..
 
รักคนที่อยู่ในชีวิตคุณให้ดี
ก่อนที่ทุกอย่างมันจะสายเกินไป
 
 
 
11月20日

สับสน*

ความสัมพันธ์ช่างเป็นสิ่งละเอียดอ่อน
เมื่อเกิดขึ้นมาแล้วต่างคนก็ต้องช่วยกันดูแลความสัมพันธ์ที่เกิดขึ้น
 
ในชีวิตของฉัน ชอบสร้างความสัมพันธ์มากมาย
แต่ในทางกลับกันฉันก็ชอบหนีไปอยู่ตัวคนเดียว
 
มีคนเคยบอกว่าฉันเหมือนแมว
ที่จะกลับมาหาเจ้าของ ในเวลาที่ต้องการอยากอยู่ด้วย
คลอเคลีย งุ๊งงิ๊ง อยู่ใกล้ๆ คอยเดินตาม
แต่ในทางกลับกันถ้าต้องการเวลาส่วนตัว
เรียกเท่าไหร่ก็ไม่มา*
 
อืม จะว่าไป.. มีใครอยากเลี้ยงแมวไหมค่ะ?
 
11月10日

ความลางเลือนของความรัก*

ความรักบางทีก็เป็นสิ่งที่เข้าใจยากเหลือเกิน
 
เกิดขึ้นง่ายดายกับใครบางคน
หายจากไปรวดเร็วกับใครบางคน
คงอยู่เนิ่นนานกับใครบางคน
และมีอิทธิพลมากมายกับใครบางคน
 
ช่วงนี้มีโอกาสเขียนถึงความรักบ่อยๆ
คงเป็นเพราะว่าอากาศหนาวเริ่มเดินทางมาถึง
และคนฟุ้งซ่านอย่างเราก็ไม่มีเรื่องมากมายให้ต้องพูดถึง
 
นอกจากเรื่อง ..
 
*ความรัก*
 
ในช่วงชีวิตที่ผ่านมาของเรา
เรามีความรักมามากมาย
 
ทั้งยอมเปลี่ยนแปลงตัวเองเพื่อให้เป็นแบบที่เขาต้องการ
และสั่งให้เขาเปลี่ยนแปลงตัวเองเป็นแบบที่เราต้องการ
 
ทั้งวิ่งตาม
และวิ่งหนี
 
ทั้งหัวเราะกับเรื่องตลกที่เขาสร้าง
และฟังเสียงหัวเราะจากเรื่องตลกที่เราเล่า
 
ทั้งยิ้มร่าจนน้ำตาไหล
และร้องไห้จนน้ำตาอาบ
 
แต่ไม่ว่าจะบอกกล่าวยังไง
ฉันก็ไม่เคยลืมเลือนความรักต่างๆเหล่านั้น
เรียกว่าจดจำได้ทุกๆเรื่องราวเลยดีกว่า
 
ความรักเป็นสิ่งที่ไม่เคยพูดได้หมดจริงๆ
 
ตอนนี้..เราเกิดสภาวะ"ความรัก เลือนลาง"
อาจเพราะเราโดนกระทำมากกว่าจะเป็นฝ่ายกระทำ
อาจเพราะโชคชะตายังไม่เข้าข้าง
หรือจะอาจเพราะอะไรก็ตาม
ตอนนี้เรามองไม่ค่อยเห็นความรักเลย
 
คิดอยากจะสร้างให้เกิดความรัก
แต่ก็ไม่อยากให้เป็นแค่ความรัก"ขำๆ"อีกต่อไป
เราเหนื่อยกับความรักที่ต้องคอยตาม
ต้องร้องไห้
ต้องใช้อารมณ์
 
เราอยากมีคนที่ไว้ใจได้..อยู่กับเราได้
คุยกับเราได้
แค่นั้นเอง
 
 
 
 
 
11月2日

2 วันแห่งหายนะและเมามาย

เมื่อวันที่ 31 ต.ค.
เป็นวันที่เราสิบเสร็จ เลยนัดเพื่อนหนึ่ง เพื่อนมะหม่อย เพื่อนจูม
ไปนั่งคุยกันที่ตักสุรา*คอกวัว
 
เพื่อนหนึ่งมาพร้อมแฟนและเพื่อนของแฟน
ซึ่งมาช้า และทำให้เราตัดสินใจอยู่พักใหญ่
ว่าจะสั่งเหล้าเท่าไหร่ดี
สุดท้ายกลัวเพื่อนหนึ่งจะไม่มา
เลยสั่งแสงโสมไปหนึ่งแบน กะว่าจะกินคนเดียวก็ได้ ถ้าไม่มีใครกิน
 
กว่าเพื่อนหนึ่งจะมา เราก็มึงมายไปมากที่เดียว
เพื่อนหนึ่งมาพร้อมกับ เรด หนึ่ง กลม
รู้ตัวอีกที หรรษา ก็อยู่หอน้องแล้ว ไม่รู้ว่ามาได้ยังไง 55
 
หลับไป ตื่นมา
ไปทานอาหารอินเดียกันอีก
แล้วเพื่อนหนึ่งบอกว่าจะไปส่งที่บ้าน แต่ว่าไปรับแฟนที่ลาดกระบังก่อน
เราก็โอเค .. ว่าไงว่าตาม
 
ไปถึงลาดกระบัง
เกิดอารมณ์บ้าใบ้ขึ้นมา
ชวนเพื่อนๆไปบางแสนกันเถอะ
ด้วยความบ้ายุ กับช่างยุ
คนร่วม 7 ชีวิตก็ไปบางแสนกัน
พร้อมกับเหล้ายาดอง
"สาวน้อยตกเตียง"
อีก 2 กลม
 
ถึงบางแสน 4 ทุ่ม
กินไป ชิลด์ไป
เมาไป*
กลับมาตอนตีห้า
 
ขอบคุณสำหรับความทรงจำมากมาย
ขอบคุณเพื่อนร่วมทริป ที่แม้จะไม่เคยเจอกันมาก่อน แต่ก็ไปด้วยกันได้
ขอบคุณความใจกล้า หรือบ้าบิ่น
ที่มานั่งคิดตอนนี้คงไม่ทำ(แล้วล่ะ)
 
ตอนนี้ยังอยากอ้วกอยู่เลย
แหวะ*
 
ปล. ขอโทษ ที่กูเป็นคนหัวโบราณและมีความสุขกับเรื่องง่ายๆ
ปล. รักนะ จุ๊บๆ